จัดอันดับเรือดำน้ำที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีประจำการ

เรือดำน้ำ
เรือดำน้ำ

ท่ามกลางกระแสการซื้อเรือดำน้ำไทย เรือดำน้ำเป็นเรือรบที่มีสามารถปฏิบัติการใต้ผิวน้ำได้ เรือดำน้ำสร้างจากเหล็ก แต่สามารถเคลื่อนที่ใต้น้ำได้เรือดำน้ำถูกใช้เพื่อการสงครามและการสำรวจในทะเลหลวงในพื้นที่ที่มนุษย์ไม่สามารถดำน้ำด้วยชุดได้ ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่ายานพาหนะอื่น ๆ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำตั้งแต่ปี 1620 เมื่อมีการสร้างเรือดำน้ำลำแรก ในขณะนั้นเรือดำน้ำสามารถจุคนได้เพียง 12 คนดำน้ำลึก 4.5 เมตรและเดินทางใต้น้ำได้เพียง 8 กิโลเมตรก่อนที่มันจะถึงผิวน้ำ ปัจจุบันเรือดำน้ำสามารถจุคนได้ถึง 150 คนและสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานหลายเดือน ด้วยขนาดที่ใหญ่จนจุคนได้มากเรือดำน้ำจะทำให้มันดำลงไปใต้น้ำและกลับมาที่ผิวน้ำได้อย่างไร? เรือดำน้ำได้รับการออกแบบให้สามารถอยู่ในน้ำลึกได้ ด้วยตัวเรือที่ออกแบบให้มีผนังสองชั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ลูกเรือสามารถอยู่ในเรือได้ตามปกติแม้ในระดับความลึกมากและสามารถอยู่ได้นานจนไม่มีอากาศและอาหารเพียงพอ กะลาสีเรือใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เราสร้างเรือดำน้ำขนาดเล็กที่สามารถดำน้ำได้ลึกมาก เพื่อปฏิบัติงานเฉพาะทางเช่นสำรวจซากเรือโบราณวางสายเคเบิลใต้น้ำค้นหาร่องรอยแผ่นดินไหว และการศึกษาสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ทำให้มนุษย์เราเข้าถึงโลกใต้น้ำที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน วันนี้เรามาดูกันว่าเพื่อนบ้านเราประเทศหนมีเรือดำน้ำบ้างและแสนยานุภาพจะเป็นอย่างไรไปกันเลย

อันดับ 1 เวียดนาม

เรือดำน้ำประเทศเวียดนาม
เรือดำน้ำประเทศเวียดนาม

เวียดนามมีเรือดำน้ำประจำการทั้งหมด 6 ลำ เวียดนามซื้อเรือดำน้ำเข้าประจำการเป็นลำที่ 6 เมื่อปี 2560 ปฏิบัติการที่ฐานทัพเรือกามแรง (Cam Ranh) เวียดนามใช้เวลา 8 ปี ในการก่อตั้งกองทัพน้อยเรือดำน้ำ ภายใต้โครงการจัดหาที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ทั้งต้นทางปลายทาง หลายฝ่ายกล่าวว่าเวียดนามได้ ราคาดีมาก เรือชั้นคิโล 6 ลำ 2,000 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งการฝึกบุคคลากรเจ้าหน้าที่ 400 คน ที่จะใช้และควบคุม ต้องไปเรียนที่สถาบันสมุทรนาวีชั้นนำ ในนครเซ็นปีเตอร์สเบิร์ก เรือดำน้ำของเวียดนามผลิตจากประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซียทั้ง 6 ลำต่อจากอู่แอดมิรัลตี (Admiralty Verfi) ที่มีชื่อเสียงของรัสเซีย ตามซีรีส์การผลิตเรือดำน้ำที่มีชื่อว่า โครงการ 636 “วาร์ชาวิยันกา” (Varshavyanka) เป็นรุ่นที่รัสเซียอัปเกรดขึ้นจากโครงการ 877 ที่ดำเนินมา ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1983 ในยุคสหภาพโซเวียต เป็นเรือรุ่นหลังสุดนี้เป็น Improved Kilo หรือ เรือคิโลรุ่นปรับปรุง ซึ่งในปัจจุบันมีประจำการในกองทัพเรือหลายประเทศ รวมทั้งอินเดีย จีน อิหร่านและโปแลนด์ แต่มีคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกันไปเรือยาวรวม 74 เมตร กว้างสุด 10 เมตร ใช้พลประจำการ รวมทั้งนายทหาร 52 คน ดำน้ำได้ลึกสุด 300 เมตร ทำความเร็วสูงสุด 37 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะปฏิบัติการ 9,600 กม. อยู่ใต้น้ำได้นาน 45 วันหรือจนกว่าเสบียงจะหมด เรือคิโลรุ่นปรับปรุง ได้ชื่อในเรื่องความเงียบ ตรวจจับได้ยาก ทำให้โลกตะวันตกตั้งฉายาว่า “หลุมดำในมหาสมุทร” (Black Hole in the Ocean) เรือดำน้ำชั้นคิโลของรัสเซียลำหนึ่ง ได้ยิงจรวดร่อนแคลิเบอร์ แบบเดียวกันนี้จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปทำลายเป้าหมาย ISIS ในซีเรียเช่นเดียวกัน แต่จรวดคลูบที่ติดตั้งบนเรือคิโลของเวียดนาม เป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ที่มีระยะยิง 300 กม. เป็นอาวุธเพื่อการป้องปราม และป้องกันตนเอง เวียดนามกล่าวว่า เรือดำน้ำทั้ง 6 ลำ จะใช้ประโยชน์ในการต่อต้านเรือดำน้ำ กับเรือรบผิวน้ำของข้าศึก ป้องกันฐานทัพ ป้องกันการรุกล้ำน่านน้ำ กับเศรษฐกิจพิเศษ และ ป้องกันชายฝั่งที่มีความยาวเกือบ 3,000 กม. รวมทั้งใช้ในภารกิจสอดแนมด้วย

อันดับ 2 อินโดนีเซีย

เรือดำน้ำประเทศอินโดนีเซีย
เรือดำน้ำประเทศอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียมีเรือดำน้ำประจำการ 5 ลำ กำลังต่อเพิ่มเติม 3 ลำลีแผนจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 6 ลำ อินโดนีเซียเป็นชาติที่สามในอาเซียนที่มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ โดยเป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่นับพันเกาะ ในทศวรรษที่ 1960 กองทัพอินโดนีเซียมีเรือดำน้ำจากสหภาพโซเวียตหลายประเภททั้งเรือลาดตระเวน เรือพิฆาตรวมทั้งเรือดำน้ำชั้นวิสกี เรือดำน้ำโซเวียต เอส-194 เป็นเรือดำน้ำของสหภาพโซเวียต ในชั้น โปรเจกต์ 613 หรือที่นาโตกำหนดรหัสเรียกขานว่า เรือดำน้ำชั้นวิสกี้ ซึ่งต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือของโซเวียต ระหว่าง พ.ศ. 2492 – พ.ศ. 2501 เป็นจำนวน 236 ลำ ประจำการในกองทัพเรือโซเวียตระหว่างสงครามเย็น  พัฒนามาจากเรืออู Type-XXI ของเยอรมนี ที่โซเวียตยึดได้ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเรืออินโดนีเซียสั่งต่อเรือดำน้ำชั้น 209 จาก อดีตเยอรมันตะวันตกจำนวน 2 ลำ และได้ลงนามจัดซื้อและต่อเองในประเทศเรือดำน้ำชั้น 209 มือสอง รุ่นปรับปรุง ในชื่อ U-209 1400 mod จากกองทัพเรือเกาหลีใต้ 3 ลำ และได้วางแผนที่จะต่อเรือดำน้ำเองอีก 9 ลำภายใต้ลิขสิทธิ์ U-209 1400 mod ของเกาหลีใต้ เรือดำน้ำแบบ 209 (อังกฤษ: Type 209 submarine; เยอรมัน: U-Boot-Klasse 209) เป็นเรือดำน้ำเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับการออกแบบโดยบริษัท Howaldtswerke-Deutsche Werft (HDW) ของเยอรมนี ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 เพื่อใช้สำหรับส่งออก เป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าประจำการในกองทัพเยอรมนี แต่ถูกส่งออกไปยัง 13 ประเทศทั่วโลก เป็นจำนวนมากกว่า 60 ลำ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เป็นต้นมา สามารถดำน้ำได้ลึก 500 กิโลเมตร ปฏิบัติการได้นาน 50 วัน มีตอร์ปิโดประจำการ 14 ลูก

อันดับ 3 สิงคโปร์

สิงคโปร์มีเรือดำน้ำประจำการ 4 ลำกำลังต่อเพิ่มเติมอีก 2 ลำและมีแผนอีก 2 ลำ สิงคโปร์เป็นชาติที่สองในอาเซียนที่มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ ซึ่งแม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่สิงคโปร์ก็ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของโลก คือช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นทางผ่านที่สำคัญของการเดินเรือจากมหาสมุทรอินเดีย ไปสู่ มหาสมุทรแปซิฟิก กองทัพเรือสิงคโปร์มีการพัฒนาที่ก้าวหน้า ไกลกว่าชาติอื่นๆในภูมิภาคนี้ กองทัพเรือสิงคโปร์เริ่มโครงการเรือดำน้ำมือสองจากสวีเดน ชั้นซยอร์แมน จำนวน 4 ลำ เรือทั้ง 4 ลำ เข้ารับการซ่อมใหญ่และปรับปรุงเพื่อให้สามารถปฏิบัติการในเขตร้อนได้ และมีเรือดำน้ำมือสองชั้นอาเชอร์ จากสวีเดน จำนวน 2 ลำ ที่ติดตั้งระบบ AIP ซึ่งล่าสุดก็ได้สั้งซื้อเรือดำน้ำชั้นอินวินซิเบิล (รุ่น Type 218SG) จากเยอรมนี จำนวน 2 ลำ โดยจะได้รับมอบในปี 2020 เรือดำน้ำลำแรกที่ได้ส่งมอบให้กับกองทัพเรือสิงคโปร์คือ เรืออาร์เอสเอสชาลเลนเจอร์ (RSS Challenger : RSS มาจากคำว่า Republic of Singapore Ship) เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.1997 เรือดำน้ำที่ส่องคือเรืออาร์เอสเอส คองเคอเรอร์ (RSS Conquerer) ขึ้นระวางประจำการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2001 ส่วนเรือดำน้ำลำที่สามคือ เรืออาร์เอสเอส เซนจูเรียน (RSS Centurion) ขึ้นระวางประจำการเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 สำหรับเรือดำน้ำลำสุดท้ายคือ เรืออาร์เอสเอสชีฟเทน (RSS Chieftain) ขึ้นระวางประจำการในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 ต่อมาสิงคโปร์ได้สั่งซื้อเรือดำน้ำที่ผ่านการใช้งานมาแล้วชั้น “อาร์เชอร์” (Archer)จากกองทัพเรือสวีเดนเพิ่มอีก 2 ลำ เรือรุ่นนี้ปรับปรุงมาจากเรือดำน้ำชั้น “ฟาสเธอร์กอทลันด์”(Vastergotland) มีระวางนับน้ำ ที่ผิวน้ำ 1500 ตัน และมีระวางขับน้ำขณะอยู่ใต้ผิวน้ำ 1500 ตัน ประกอบด้วยเรืออาร์เอสเอส อาร์เชอร์ (RSS Archer) ขึ้นระวางประจำการในเดือนธันวาคม ค.ศ.2011 และเรืออาร์เอสเอส ซอร์ดส์แมน (RSS Swordsman) ขึ้นระวางประจำการในเดือนเมษายน ค.ศ.2013 มีการปรับปรุงสมรรถนะใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพทะเลในเขตร้อนของเรือดำน้ำสองลำนี้จนอาจกล่าวได้ว่าทำให้เรือดำน้ำชั้น “อาร์เชอร์”กลายเป็นเรือดำน้ำที่มีความทันสมัยมากที่สุดรุ่นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรือดำน้ำทั้งหมดได้เข้าประจำการในกองเรือดำน้ำที่ 171 (171st Squadron)การสั่งซื้อเรือดำน้ำอย่างขนานใหญ่นี้ทำให้ในปัจจุบันกองทัพเรือสิงคโปร์เป็นกองทัพเรือที่น่าเกรงขามที่สุดชาติหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนเพราะแม้เวียดนามจะสั่งซื้อเรือดำน้ำจำนวน 6 ลำ

อันดับ 4 มาเลเซีย

เรือดำน้้ำมาเลเซีย
เรือดำน้้ำมาเลเซีย

มาเลเซียมีเรือดำน้ำประจำการจำนวน  2 ลำและมีแผนการจัดการอีก 6 ลำ มาเลเซียเป็นชาติที่สี่ในอาเซียนที่มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ โดยเป็นอีกประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของช่องแคบมะละกาทางชายฝั่งตะวันตก และเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อ้างการมีผลประโยชน์ในหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งอยู่ห่างจากรัฐซาบะฮ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ 300 ไมล์ โดยรวมแล้วเมื่อพิจารณาจากการมีชายฝั่งทะเลยาวเหยียด นับตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือติดกับจังหวัดสตูลของไทย เรื่อยมาจนถึงสิงคโปร์ แล้ววกกลับขึ้นไปทางเหนือจนถึงชายแดนส่วนที่ติดกับจังหวัดนราธิวาส รวมทั้งชายฝั่งของรัฐซาราวัค จนถึงหมู่เกาะสแปรทลีย์ สั่งต่อเรือดำน้ำชั้นสคอเปเน จำนวน 2 ลำโครงการ ซึ่งลำแรกจะต่อที่อู่ ดีซีเอ็น ในประเทศฝรั่งเศส และลำที่สองจะต่อที่อู่เรือของไอซาร์ในประเทศสเปน กองทัพเรือมาเลเซีย มีเรือดำน้ำชั้นสกอร์แปน (Scorpène-class) ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน 2 ลำ โดยสั่งซื้อจากฝรั่งเศสทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียเคยตกเป็นข่าวกรณีทุจริตในโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส เป็นมูลค่ารวมกว่า 37,500 ล้านบาทด้วย ในสมัยที่นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เรือดำน้ำชั้นสกอร์แปน (Scorpène-class) มีระวางขับน้ำที่ 500 ตัน ความเร็วในการเคลื่อนที่ใต้น้ำอยู่ที่ 37 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้ 21 วัน ลูกเรือประจำการ 31 นาย มีอาวุธเป็นท่อยิงตอปิโด 6 ท่อยิง

อันดับที่ 5 เมียนมา

เรือดำน้ำเมียนมา
เรือดำน้ำเมียนมา

เมียนมามีเรือดำน้ำประจำการ 1 ลำ เป็นชาติที่หกในอาเซียนที่มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ โดยจะได้เรือดำน้ำมือสองชั้นกิโล จากอินเดีย จำนวน 1 ลำ มาใช้เป็นเรือฝึก

ในอาเซียนมีประเทศที่มีเรือดำน้ำประการจำนวน 5 ประเทศและมี 2 ประเทศกำลังเตรียมการจัดหาคือประเทศไทยและฟิลิปปินส์ โดยที่ระเทศไทยเคยมีเรือดำน้ำมาแล้วทั้งหมด 4 ลำแต่ได้ปลดประจำการไปหมดแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :Wikipedia, Tonkit, หลักเมือง และ MGR online

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *