ไข่แมงดาทะเลสุดแสนอร่อยอาจทำถึงตายได้

ขึ้นชื่อว่าอาหารทะเลแค่นึกก็อาจทำให้หลายคนน้ำลายสอได้และหนึ่งในเมนูที่สุดแปลกในอดีตกลับกลายเป็นเมนูประจำเกือบทุกร้านอาหารทะเลต้องมีไข่แมงดาทะเล คนไทยมักจะสรรหาอาหารแปลกๆ รับประทานอยู่บ่อยๆ ถ้าแค่ท้องเสียหรือมีอาการแพ้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นโชคดี แต่ถ้าอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้นี่ต้องระวังเป็นอย่างมากนะคะ อาหารชนิดหนึ่งที่คนไทยชอบทานกันคือ ไข่แมงดา โดยมีเมนูอาหารจากไข่แมงดาอยู่หลายอย่าง แต่รู้หรือไม่ว่า แมงดาทะเลก็มีพิษ ถ้าทานผิดถึงแก่ชีวิตได้เลย

ที่ผ่านมากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนอย่าสับสนรับประทานไข่แมงดาที่มีพิษ เนื่องจากแมงดาทะเลมี 2 ชนิด ทั้งแบบมีพิษและไม่มีพิษ หลังรับประทานไปแล้วหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และชาบริเวณลิ้นหรือปาก ควรรีบพบแพทย์ทันที ไข่แมงดาทะเล เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะฤดูกาล อาหารจากไข่แมงดาจึงไม่ใช่ว่าจะอยากทานเมื่อไหร่ก็ได้ทาน ถือเป็นเมนูหาทานได้ยาก ซึ่งเจ้าแมงดาทะเลจะวางไข่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน ส่วนความอร่อยของไข่แมงดาทะเลนั้น อยู่ที่ความหนึบๆ เคี้ยวมันของไข่เม็ดเล็กๆ ที่สำคัญ สามารถนำมาปรุงอาหารจากไข่แมงดาได้หลายอย่าง โดยเฉพาะพวกยำแซ่บๆ เข้ากันมากๆ

แมงดาทะเลมี 2 ชนิดคือ แมงดาจาน หรือแมงดาทะเลหางเหลี่ยม ไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้ มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย และอีกชนิด คือแมงดาถ้วย ซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อได้แก่ แมงดาทะเลหางกลม หรือเห-รา หรือแมงดาไฟ จะมีพิษ ไม่สามารถรับประทานได้ ลำตัวมีสีส้มหรือสีน้ำตาลเข้ม ขนาดเล็กกว่าแมงดาจาน อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน ซึ่งแมงดาถ้วยมีพิษชนิดเดียวกับปลาปักเป้า เป็นพิษที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ของแมงดาถ้วย หรือเกิดจากการกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษหรือกินหอยหรือหนอนที่มีแพลงตอนพิษ ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ จึงขอย้ำเตือนประชาชนอย่าสับสน ระมัดระวังการกินไข่แมงดาในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ซึ่งมักพบการแพร่พันธุ์ของแพลงก์ตอนพิษจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดอาการป่วยรุนแรงและเฉียบพลัน

ในช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถหาแมงดาทะเลมารับประทานได้ง่าย ซึ่งหากนำแมงดาถ้วยมาประกอบอาหาร เพราะคิดว่าเป็นแมงดาจานที่ไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภค อาจทำให้ได้รับพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย ซึ่งเป็นพิษที่ทนความร้อนได้สูงมาก การต้ม ทอด ปิ้ง หรือย่าง ไม่สามารถทำลายพิษได้ โดยไข่ของแมงดาถ้วยนั้นจะมีพิษซึ่งอาจเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ ตัวแมงดาถ้วยเกิดไปกินแพลงตอนที่มีพิษเข้าไปทำให้สารพิษสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย และอีกสาเหตุ คือ ตัวแมงดาถ้วยมีพิษซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สร้างพิษขึ้นมาเอง สารที่ก่อให้เกิดพิษในแมงดาทะเลมีอยู่ 2 ชนิด คือ เตโตรโดทอกซิน และแอนไฮโดรเตโตรโดทอกซิน เป็นสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทและเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า สารพิษนี้ทนทานความร้อนสูงมากถึง 170 องศาเซลเซียสการหุงต้มก็ไม่สามารถทำลายพิษได้

หากรับประทานไข่แมงดาแล้วมีอาการมึนงง ชาบริเวณลิ้น ปาก ปลายมือ ปลายเท้าและมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาม มือ แขน ขา ตามลำดับ รวมทั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีน้ำลายฟูมปาก เหงื่อออกมาก พูดลำบาก ตามองเห็นภาพไม่ชัด หลังจากรับประทานแมงดาทะเลประมาณ 10-45 นาที หรืออาจช้าไปจนถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดและแหล่งที่อยู่ของแมงดาทะเล ฤดูกาล จำนวนที่รับประทาน หรือปริมาณของสารพิษที่ได้รับ ซึ่งผู้ที่รับประทานไข่แมงดาทะเล บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นอาจเสียชีวิตจากการหยุดหายใจได้ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เร็วขึ้นครับ

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก: สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค, MGR online, Openrice,

ภาพจาก: Kapook, Wikiwand, Amarin TV

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *