ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีที่เรียกว่า Blockchain

ปี 2019 เข้าใกล้ 10 ปีของ Bitcoin เข้าไปทุกทีเรามีคำถามว่า Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับค่าเงินดิจิตอลนั้นเป็นไปได้หรือไม่หรือมีเทคโนยีอื่นสามารถเข้ามาแทนได้ที่ผ่านมามีการอ้างสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งคนเหล่านั้นบอกว่ามันสามารถช่วยแก้ปัญหาชายแดนของไอร์แลนด?ในปัจจุบันได้นั้นคือทำให้การเจรจาของ Brexit ลดน้อยลงหรือทำให้เกิดการสมานฉันกันมากขึ้น ทำให้เกิดขึ้นความกังวลของเทคโนโลยี Blockchain ในการมาปฏิวัติวงการธุรกิจแต่ความเป็นจริงที่น่าเศร้าคือ Blockchain คืออะไร

Blockchain คืออะไร

หัวใจของ Blockchain เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างตรงไปตรงมามันเป็นบัญชีแยกประเภทของบล็อกของข้อมูลเช่นธุรกรรมหรือข้อตกลงที่เก็บไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ข้อมูลนี้จัดเก็บตามลำดับเวลาสามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะและจะไม่สามารถจัดการได้โดยหน่วยงานของรัฐเช่นธนาคารหรือหน่วยงานของรัฐบาลและเมื่อมีการเผยแพร่แล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในบล็อกได้หากมีใครพยายามที่จะแก้ข้อมูลใน Blockchain มันจะแจ้งเตือนให้ทราบทันที ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน Blockchain ถูกพัฒนาขึ้นมาและรวมกับเทคโนโลยีอื่นเพื่อสร้างสกุลเงินดิจิตอลและสกุลเงินดิจิตอลชนิดแรกที่นำ Blockchain มาใช้คือ Bitcoin กล่าวคือ Blockchain คือ ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ อีกในอนาคต โดยไม่มีตัวกลาง คือสถาบันการเงิน หรือสำนักชำระบัญชี ระบบ Blockchain จะไม่มีตัวกลางอย่างที่เคยเป็นมา ยกตัวอย่างการทำธุรกรรมด้วย Bitcoin จะมีรหัส Token สร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับ Blockchain และทำการตรวจสอบว่า Bitcoin นั้นๆ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ก่อนที่จะทำธุรกรรมให้สำเร็จต่อไปเท่ากับว่า Blockchain เป็นระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งตัดตัวกลางอย่างสถาบันการเงินที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันออกไป ซึ่งทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมถูกลง และอาจจะส่งผลให้สถาบันการเงินที่เป็นตัวกลาง รวมไปถึงสำนักชำระบัญชีต่างๆไม่จำเป็นต้องมีอีกในอนาคตได้เลยหากเทคโนโลยีนี้เข้ามาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์ขณะที่ Blockchain ไม่เพียงมีบทบาทอยู่แค่การทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น หากแต่ยังอาจถูกนำไปใช้ในงานอื่นๆ เช่น การเก็บสถิติการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสมากขึ้น การให้ยืม Cloud Storage ระหว่างกัน, บริการ co-location, ระบบ Peer to Peer Lending และอื่นๆ  อีกมากมาย ซึ่งแม้แต่เหล่าธนาคารเองก็ตัดสินใจเข้าลงทุนในการทำ Blockchain มากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด เหล่าสถาบันการเงินอย่างธนาคาร Citibank ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ รวมไปถึงบริษัท VISA ก็ได้เข้าลงทุนในบริษัทบล็อกเชนชั้นนำอย่าง Chain.com เพื่อแนวทางรักษาตลาดเทคโนโลยีนี้เช่นกัน

เหตุใด Blockchain จึงถูกควบคุม

David Gerard ผู้เขียน Attack of the 50 Foot Blockchain กล่าวโทษถึงการควบคุมของ Blockchain ว่าจากยุคตื่นทองที่เห็นการหลั่งไหลของสกุลเงินดิจิตอลเป็นพันล้านดอลล่าในตลาดแต่มันโดนบิดเบือนเพราะคำโฆษณาเกินจริงในการใช้สกุลเงินดิจิตอล เหตุผลที่คนให้ความสนใจ Bitcoin  หรือสกุลเงินดิจิตอลอื่นเป็นเพราะการแสดงถึงผลประโยชน์ที่เกินจริงและนำไปสู่การสร้างข้อตกลงว่าการขุด Bitcoin จะนำไปสู่การร่ำรวยได้แบบฟรีๆและนำมันทำให้ผู้คนเกิดความหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก และนี้คือเหตุผลที่ทำให้  Bitcoin สูญเสียความน่าเชื่อถือไปอย่างมาก Gerard เชื่อว่าผู้ที่ขายเทคโนโลยีนี้ได้ทำการปลดปล่อยมันออกมาเพื่อให้สังคมยอมรับมันและมันเป็นเชือกวิเศษเขากล่าวแต่แล้วมันก็ไม่ได้ผล

จะใช้ Blockchain ได้อย่างไร

นักวิเคราะห์ของ Gartner Rejesh Kandaswamy กล่าวว่าแม้ว่านักเก็งกำไรส่วนใหญ่มองว่า Blockchain เป็นกลไกในการสร้างรายได้แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เทคโนโลยีดีขึ้น แต่เริ่มมีสัญญาณที่ชาญฉลาดเมื่อ Blockchain สามารถที่จะสร้างข้อตกลงที่ดำเนินการด้วยตัวเองระหว่างผู้ชื้อและผู้ขายและทำการบันทึกไว้ใน Blockchain นั้นหมายความว่าแทนที่จะเก็บรายละเอียดส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ธนาคารออนไลน์ Facebook หรืออื่นๆ ผู้ใช้จะสามารถเก็บข้อมูลไว้บนเครือข่ายอิสระอย่างปลอดภัยและมีการเข้ารหัสส่วนตัว

ใครที่สามารถใช้ Blockchain ได้บ้าง

ณ เวลาปัจจุบันมีเพียงไม่กี่บริษัทที่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ของเทคโนโลยี Blockchain ตามคำแนะนำของ Capgemini ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาทางด้านการเงินที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยในการสำรวจเมื่อเร็วๆนี้พบว่ามีบริษัทที่ต้องการจะใช้เทคโนโลยีนี้ 3 % มีการใช้งานเป็นประจำ 10 % และ มีความคิดที่จะนำมันมาใช้ 87% มีเพียงการสำรวจเล็กน้อยนี้เท่านั้นที่พิสูจน์เงื่อนไขความต้องการของเทคโนโลยี Blockchain และกล่าวต่อไปคือการเริ่มต้นที่เหมาะสมและทำให้คนรู้จัก Blockchain มากขึ้นคือการใช้ Ripple หรือ ระบบการชำระเงินและการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ได้รับความนิยมจากสถาบันการเงินทั่วโลกรวมถึง Bank of America และ Santander รวมถึงบริษัทชั้นนำทั่วโลกอีกมากมายตัวอย่างเช่น IBM กำลังทำงานร่วมกับ Walmart ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของอเมริกาเพื่อทำการติดตามอาหารผ่านห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกกับบริษัทขนส่งอย่าง Maersk ในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการยอมรับในอุตสาหกรรมขนส่งโดยตู้คอนเทนเนอร์ “ เรายังอยู่ในช่วงแรกๆในแง่ของการยองรับเทคโนโลยี Blockchain” Marie Wieck ผู้จัดการทั่วไปของ IBM กล่าว และในขณะที่เรามองว่า Blockchain มันสามารถขยายขอบเขตการทำงานเพื่อเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นได้อย่างไรเช่น Blockchain กับธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างไร แต่สำหรับ IBM กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ Blockchain ทางด้านการเงินและการธนาคารให้กับบริษัท

 นอกจากนี้ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนนั้นคือ Alibaba กำลังใช้เทคโนโลยี Blockchain กับแพลมฟอร์มการชำระเงินในเครือของ Alipay และขณะที่ JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ก็กำลังขายบริการทางด้านเทคโนโลยี Blockchain ให้กับบริษัทอื่นๆ และ Tencent บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ก็กำลังจัดตั้งพันธมิตรด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยี Blockchain อีกด้วย

ขอบขอบคุณ

ข้อมูลจาก : BBC และ UIH

ภาพจาก: The Verge, Investopedia, Healthcare IT News, TCIJ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *